การครองยศตำรวจ

วันนี้ คงต้องพูดถึงเรื่องยศถาบรรดาศักดิ์ ของข้าราชการตำรวจ(ไทย) ใคร ๆ จะว่าเป็นหัวโขนที่เขาให้ขณะปฎิบัติหน้าที่ มีวันเวลาถอดหัวโขน ซึ่งบรรดาข้าราชการตำรวจไม่ค่อยชอบกันนัก โดยเฉพาะวันสิ้นเดือน 30 กันยายน ของแต่ละปี หากเดือนกันยายน มี 31 วันได้ ก็คงจะดี เพราะถือเป็นโชคดีที่ได้แต่งเครื่องแบบ และติดยศอีก 1 วัน วันที่ 1 ตุลาคม ของปี ก็เป็นวันพลเรือนเต็มขั้น ข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ที่จำต้องอาลาชีวิตราชการตำรวจ เพราะถึงเกษียณอายุราชการ อย่าไปใช้คำว่า ปลดเกษียณ ไม่เป็นมงคลแก่ชีวิตยามชรา ที่จะต้องอยู่กับบ้าน เลี้ยงหลาน ปลูกต้นไป เดินตามแผงพระ ไปวัดสวดมนต์ ทำบุญตักบาตร หรือไปเที่ยวรอบโลก ไปหาเพื่อนฝูงเก่า ๆ ที่ไม่เคยไปมาหาสู่กันเลย และจะเริ่มนึกถึงอดีตที่ผ่านมา  ฯลฯ

คืนวันที่ 30 กันยายน 2552 หลังจากไปงานเลี้ยงฉลอง อาจในบ้าน หรือนอกบ้าน คืนนั้นจะมีความรู้สึกโล่งอกโล่งใจ นอนคืนนี้ ขอให้ตื่น ได้เห็นวันใหม่ เพราะตื่นสายได้ ไม่ต้องรีบไปทำงาน ไม่ต้องไปดูรถติดกันในกรุงเทพมหานคร ทั้งเช้า กลางวัน เย็น ไม่ต้องรับโทรศัพท์จากนักการเมือง ไม่ต้องไปประชุม ไม่ต้องรีบร้อนอีกต่อไป ใครจะทำอะไรก็ช่าง นี่คือความรู้สึกที่ดีด้านหนึ่ง ในขณะเดียวกันความรู้สึกอีกด้านก็เกิดขึ้นมา นับแต่พรุ่งนี้ไป จะมีใครเคาะประตูขอเข้ามาพบหรือไม่ ใครจะเอาอาหารหรู ๆ มาให้เรารับประทาน ลูกน้องจะมาหาเราอีกหรือไม่ หรือไปหานายคนอื่นแล้ว จะเรียกใช้ได้เหมือนเดิมหรือไม่ ใครจะขับรถให้เรา และจะมีใครมาหาเราที่บ้านเหมือนแต่ก่อนอีกหรือไม่???  นี่คือคำถามที่จะต้องหาคำตอบต่อไป เพราะคำตอบจะไม่มาทันที หรือในขณะนั้น

เมื่อเข้ามารับราชการตำรวจ ก็มีความใฝ่ฝันกันทุกคนว่า จะต้องมีความก้าวหน้าในชีวิตราชการ งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข เป็นคำที่ผมได้ยินมาตั้งแต่สมัยเด็ก ผมแปลว่า มีงานทำก็มีเงินใช้ มีเงินก็ต้องทำงาน จึงจะมีความสุข ตำรวจยศผู้น้อยก็อยากเป็นสัญญาบัตร เป็นร้อยตำรวจตรี ก็อยากเลื่อนขึ้นไปเรื่อย ๆ ให้ถึงจุดสุดยอด พลตำรวจเอก บางคนก็ไปถึงดวงดาว บางคนก็ล่วงก่อน จริงจังทำงานจนเสียชีวิต ได้ตั้ง 7 ขั้น นำรุ่นก็มี บางคนก็อยู่กับที่ไม่ไปไหน แม้ข้าราชการตำรวจทุกนายก็ทราบดีว่า นั่นเป็นเพียงหัวโขน แต่ก็เอา อยากได้ เพราะ ตำแหน่งหน้าที่มา ยศตามมา เงินเดือนยิ่งสูง ชาตินี้ชาติหน้า ไม่มีใครทำบุญไปให้ก็ไม่อดตายแน่นอน

ยศ และการครองยศตำรวจ

« Back